ที่มา: สำนักข่าวประชาธรรม 15/01/2551
ตามที่กระทรวงพลังงานกำลังดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายและจัดตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆขึ้นมาเพื่อแก้คดี
ปตท.โดยรีบเร่งผลักดันให้ผ่านมติ ครม. เพื่อออกมาเป็นกฎหมาย กฎ
หรือระเบียบเพื่อบังคับใช้ เช่น การแก้ไข พรฏ.กำหนดอำนาจ สิทธิ
ประโยชน์บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2544
การจัดตั้งคณะกรรมการควบคุมดูแลขึ้นมาเพื่อรับโอนทรัพย์สินบางส่วนและอำนาจบางส่วนของบริษัท
ปตท.จำกัด (มหาชน)
และหรือตั้งองค์กรกำกับดูแลกิจการก๊าซธรรมชาติชั่วคราวนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(15 ม.ค.) สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค(สอบ.)
และชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่งคอย จ.สระบุรี
ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องถึงนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ขอให้ชะลอการนำเรื่องเข้าสู่วาระการประชุมครม.
และขอให้เปิดเผยข้อมูลและทบทวนการแก้ไขพระราชกฤษีกากำหนดอำนาจ สิทธิ
ประโยชน์ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2544
การตั้งคณะกรรมการกำกับธุรกิจหรือกำกับนโยบาย ปิโตรเลียม
และหรือการตั้งองค์กรกำกับดูแลกิจการก๊าซธรรมชาติชั่วคราว
โดยหนังสือเรียกร้องระบุใจความว่า กรณีบริษัท
ปตท.เป็นกรณีที่มีข้อพิพาทอยู่ในศาลปกครองสูงสุด
และยังเป็นกรณีขององค์กรกึ่งรัฐกึ่งเอกชนที่มีการดำเนินธุรกิจการประกอบกิจการที่กระทบต่อผลประโยชน์สาธารณะ
ความเดือนร้อนของชาวบ้านในหลายพื้นที่
และผู้บริโภคผู้ใช้และจ่ายค่าพลังงานไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมัน
ดังนั้น หากกระทรวงพลังงานจะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายกำหนดอำนาจ
สิทธิ ประโยชน์บริษัท ปตท.
และการตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างความเป็นธรรมในสังคมนั้น
ต้องมีกระบวนการธรรมาภิบาลในการดำเนินการอย่างเปิดเผย โปร่งใส
มีส่วนร่วมของคนในสังคมและตรวจสอบได้
รวมทั้งในด้านเนื้อหาสาระของการแก้ไขปรับปรุงการเสนอกฎหมาย
และการตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆนั้นก็ต้องเป็นไปและพิสูจน์ได้ว่าเพื่อประโยชน์สาธารณะและประชาชนอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม จากการติดตามข้อมูลข่าวสารที่ไม่เปิดเผยอย่างชัดเจน
พบว่าการดำเนินการดังกล่าวของกระทรวงพลังงาน ไม่ได้เป็นไปโดยเปิดเผย
โปรงใส ไม่มีกระบวนการส่วนร่วมของประชาชน
และไม่ได้มีเนื้อหาสาระที่เป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหาประโยชน์ของประเทศ สาธารณะ
และประชาชนอย่างแท้จริง โดยพบว่า
1.ไม่แก้ไขปัญหาเรื่องทรัพย์สินของรัฐและผลประโยชน์สาธารณะได้อย่างแท้จริง
เช่น เรื่องกิจการท่อก๊าซธรรมชาติที่ควรดึงกลับมาเป็นของรัฐ
เนื่องจากเป็นทรัพยสิทธิที่ได้มาจากการรอนสิทธิ์และการเวนคืนที่ดิน
และส่งผลให้เกิดการผูกขาดในแนวดิ่ง
2.ไม่แก้ไขปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนจากสถานะกึ่งรัฐกึ่งเอกชนของ ปตท.
รวมทั้งเครือข่ายธุรกิจและอาณาจักรของ ปตท.
ส่งผลต่อการเอื้อให้ผลประโยชน์ของรัฐถูกผ่อนถ่ายไปให้เอกชนทำกำไร
เอาเปรียบประเทศ ประชาชน และผู้ประกอบการอื่น
3.ไม่แก้ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนของบุคคลที่มีตำแหน่งเป็นหรือเคยเป็นข้าราชการประจำ
ข้าราชการการเมือง ที่ต้องรักษาผลประโยชน์สาธารณะ ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย
แต่บางคนเป็นคณะกรรมการกำกับดูแลด้วย
และซ้ำร้ายยังเป็นคณะกรรมการในบอร์ดของ ปตท.หรือบริษัทลูกของ
ปตท.หรือรัฐวิสาหกิจหรือบริษัทอื่นๆในกิจการพลังงานทั้งไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ
และบริษัทน้ำมันด้วย
ทำให้บุคคลเหล่านี้ไม่สามารถรักษาผลประโยชน์สาธารณะได้จริง
4.ไม่มีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค
และคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ
และน้ำมันอย่างแท้จริง
กรณีดังกล่าว สอบ.และชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่งคอย จ.สระบุรี
จึงขอเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่า
1.ขอให้ชะลอการนำเรื่องเข้าสู่วาระการประชุม ครม. : ร่างแก้ไขเพิ่มเติม
พรฎ.กำหนดอำนาจ สิทธิ ประโยชน์บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2544
การจัดตั้งคณะกรรมการควบคุมดูแลขึ้นมาเพื่อรับโอนทรัพย์สินบางส่วนและอำนาจบางส่วน
ของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)
และหรือการตั้งองค์กรกำกับดูแลกิจการก๊าซธรรมชาติชั่วคราว
2.ขอให้เปิดเผยข้อมูลเนื้อหาสาระทั้งหมดและทบทวนการแก้ไขกฎหมายกำหนดอำนาจ
สิทธิ ประโยชน์บริษัท ปตท.
และการจัดตั้งองค์กรหรือคณะกรรมการชุดต่างๆด้านพลังงาน
3.จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม
ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้เกี่ยวข้องและประชาชนในสังคม
ตั้งแต่การแก้ไขกฎหมาย การเสนอกฎหมาย การตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ
และการมีสัดส่วนของภาคประชาสังคมอยู่ในคณะกรรมการชุดต่างๆ
4.มีมาตรการการคุ้มครองผู้บริโภค คุ้มครองพลเมือง
และการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการพลังงานอย่างชัดเจน เช่น
การมีองค์กรกำกับดูแลกิจการพลังงานที่เป็นอิสระที่คำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะเป็นที่ตั้ง
โดยกำกับดูแลกิจการพลังงานทั้งไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมัน
ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเพื่อถ่วงดุลตรวจสอบฝ่ายกำหนดนโยบาย
และฝ่ายประกอบการ
นายพีระศักดิ์ สุขสำราญ ผู้ประสานงานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่งคอย
จ.สระบุรี กล่าวว่า
การยื่นหนังสือเรียกร้องในวันนี้เพื่อต้องการให้มีการชะลอการนำเรื่องเข้าสู่วาระการประชุมครม.
และขอให้เปิดเผยข้อมูลและทบทวนการแก้ไขพระราชกฤษีกากำหนดอำนาจ
สิทธิประโยชน์ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2544
การตั้งคณะกรรมการกำกับธุรกิจหรือกำกับนโยบาย ปิโตรเลียม
และหรือการตั้งองค์กรกำกับดูแลกิจการก๊าซธรรมชาติชั่วคราว
เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่จะกระทบคนทั้งประเทศ
ดังนั้นตนเห็นว่ารัฐบาลควรจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน
ทั้งในกรณีการแก้ไขกฎหมาย
การเสนอกฎหมายโดยคำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะเป็นที่ตั้ง
อย่างไรก็ตาม นายพีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า
หนังสือเรียกร้องฉบับดังกล่าวทางเลขาของ
รมว.กระทรวงพลังงานเป็นผู้รับและแจ้งว่าจะรีบเสนอต่อ
รมว.กระทรวงพลังงานโดยเร็ว แต่อย่างไรก็ตามหากภายใน 15
วันยังไม่มีคำตอบหรือท่าทีที่ชัดเจนจาก
รมว.กระทรวงพลังงานต่อเรื่องดังกล่าวแล้ว
ชาวบ้านจะมีการเคลื่อนไหวกดดันต่อไปแน่นอน
เพราะการพิจารณาเรื่องนี้หากทำกันจริงๆใช้เวลาแค่ 1 อาทิตย์ก็เพียงพอแล้ว.
(อ้างอิง: http://www.newspnn.com/detail.php?dataid=4378&code=n6_15012007_01&mode=th)
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง - องค์กรผู้บริโภคค้านแก้กม.ตั้งกก.แก้เกี้ยวคดีปตท.
|