ที่มา: ข่าวคมนาคม LogisticNews.net วันที่ 01/02/2551
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์รับจ้าง (แท็กซี่) โดยนายวิเชฎฐ์ เทียนทอง
ผู้รับมอบอำนาจ ได้ยื่นฟ้อง กระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางบก
เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 ต่อศาลปกครองสูงสุด เรื่องเป็นหน่วยงานทางปกครอง
และเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โดยออก กฎ คำสั่ง
มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม
สร้างขั้นตอนโดยไม่จำเป็นหรือสร้างภาระให้เกิดกับประชาชนเกินสมควร
กรณีที่กระทรวงคมนาคมโดยนายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รมช.คมนาคม
ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ออกกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน ที่จดทะเบียน
เขต กทม. พ.ศ.2550 ลงวันที่ 24 ต.ค.50
ซึ่งมีเนื้อหาให้รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน (แท๊กซี่)
ต้องใช้เชื้อเพลิงประเภทก๊าซ NGV เท่านั้น
ตามฟ้องระบุว่า
กฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน ที่จดทะเบียน
เขต กทม. พ.ศ. 2550 ลงวันที่ 24 ต.ค.50 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31
ธ.ค.50 เมื่อได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว
โดยกฎกระทรวงดังกล่าวมีผลใช้บังคับกับรถแท๊กซี่มิเตอร์ ที่จดทะเบียนใน
กทม. โดยกฎกระทรวงข้อ 10
นั้นกำหนดให้รถยนต์รับจ้างแท๊กซี่มิเตอร์ที่จะจดทะเบียนใหม่
จะต้องใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ NGV เท่านั้น
ขณะที่รถยนต์ที่ติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้เชื้อเพลิงระบบอื่นจะไม่สามารถจดทะเบียนได้
ดังนั้นผู้ถูกฟ้องที่ 2
จึงปฏิเสธการจดทะเบียนกับรถยนต์แท๊กซี่ที่ไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ใช้เชื้อเพลิงก๊าซ
NGV
โดยผู้ฟ้อง
ได้รับผลกระทบจากการออกกฎกระทรวงอย่างมาก
ทั้งในเรื่องปัญหาความไม่เพียงพอสถานีบริการ ซึ่งขณะนี้มีเพียง บมจ.ปตท
เท่านั้นที่ผูกขาดเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียว
นอกจากนี้
ในการอัดเชื้อเพลิงเติมในถังยังใช้เวลานาน บางครั้งใช้เวลา 1-2
ชั่วโมงต่อการเติม 1 ครั้ง
ซึ่งรถยนต์แท๊กซี่ที่ได้จดทะเบียนไปก่อนที่กฎกระทรวงฉบับนี้จะประกาศใช้
ส่วนมากจะเป็นผู้เช่ารถยนต์ขับ ซึ่งการเช่าแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือ
06.00-18.00 น. และ 18.00 -06.00 น. และโดยเฉลี่ยแล้วแท๊กซี่ 1 คันใน 1 กะ
จะวิ่งระยะทาง 300 กิโลเมตร ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจะอยู่ที่ ก๊าซ 1
กิโลกรัมวิ่งได้ 7.5 กิโลเมตร
ซึ่งถังก๊าซที่ใช้ในแท๊กซี่ขณะนี้มี 2 ขนาด คือ
100 กิโลกรัมที่จะวิ่งได้ระยะทาง 150 กิโลเมตร และขนาด 70 กิโลกรัมวิ่งได้
112 กิโลเมตร ดังนั้นจึงทำให้เวลาขับ 1 กะ จะต้องเติมก๊าซ 2
ครั้งซึ่งจะทำให้เสียเวลามาก
โดยผู้ฟ้องเห็นว่า
เป็นการลิดรอนสิทธิของผู้ประกอบกิจการรถแท๊กซี่
เพราะเป็นการบังคับไม่ให้โอกาสผู้ประกอบการได้มีทางเลือกในการใช้เชื้อเพลิงประเภทอื่นที่เหมาะสม
และยังเป็นกฎที่ออกมาขัดต่อรัฐธรรมนูญในเรื่องสิทธิเสรีภาพในการประกอบกิจการหรืออาชีพ
และการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ออกกฎมาบังคับให้บุคคลส่วนมาก
ให้ใช้เชื้อเพลิงที่มีผู้ประกอบการรายเดียวเป็นผู้ผลิต
ซึ่งผู้ฟ้องเคยมีหนังสือถึง บมจ.ปตท. และผู้ถูกฟ้องที่ 2
เพื่อผ่อนผันหรือขยาย
เวลาแล้ว แต่ได้รับการปฏิเสธ ดังนั้น
ผู้ฟ้องจึงขอให้ศาลปกครอง พิพากษายกเลิกกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้าง
บรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน ที่จดทะเบียน เขต กทม. พ.ศ.2550 ข้อ 10
โดยผู้ฟ้องยังยื่นคำขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว
ให้ระงับการบังคับใช้กฎกระทรวงข้อ 10
ดังกล่าวไว้จนกว่าจะมีคำพิพากษาในคดีนี้ด้วย ซึ่งศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณา
เป็นคดีดำหมายเลข 9/2551 เพื่อมีคำสั่งต่อไปว่าจะรับฟ้องหรือไม่
และคดีมีเหตุจำเป็นต้องกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่
|