|
สมาคมนักข่าวประณาม เพ็ญ สุมกำลัง ใช้อำนาจบีบวิทยุชุมชน |
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 23/04/2551
สมาคมนักข่าววิทยุ ออกแถลงการณ์ประณาม “เจ๊เพ็ญ”
ใช้อำนาจโดยมิชอบบีบวิทยุชุมนุม ยื่นเงื่อนไขร่วมโครงการสื่อรัฐ
สุมกำลังถ่ายทอดเสียงรัฐบาล ปลอดถูกจับกุม
วันนี้ (23 เม.ย.) สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง “ค้าน จักรภพ
จัดระเบียบวิทยุชุมชนโดยดึงเข้าร่วมโครงการรัฐเพื่อต่อรองไม่จับกุม
ชี้กำลังจะทำผิดกฎหมาย” โดยมีเนื้อความดังนี้
กรณีที่ นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
มีแนวคิดแก้ไขปัญหาวิทยุชุมชน
โดยจะจัดทำโครงการทดลองพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐและวิทยุชุมชน
โดยเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ
อีกทั้งมีข้อเสนอจะเจรจากับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เพื่อละเว้นการจับกุมในช่วงสูญญากาศ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1.รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ
กำลังใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อควบคุมวิทยุชุมชน
การอ้างว่าจะดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดกับผู้ไม่เข้าร่วมโครงการ
เท่ากับใช้อำนาจบีบบังคับทางอ้อมให้ผู้ที่ต้องการดำเนินกิจการต่อไป
เข้ามาเป็นพวกพ้อง กีดกันผู้ที่มีความเห็นแตกต่างและปฏิเสธความหลากหลาย
และการมีข้อต่อรองจะเสนอมิให้ตำรวจจับกุม หากได้เข้าร่วมโครงการก็หมิ่นเหม่ต่อการฝ่าฝืนกฎหมาย และส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รัฐ
ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
2.บทเฉพาะกาลในพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์
พ.ศ. 2551 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อ 5 มีนาคม 2551 ในมาตรา 78-79
ระบุชัดเจนว่า
ระหว่างที่ยังไม่มีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550
เพื่อจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม
ให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)
เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนเฉพาะออกใบอนุญาตประกอบกิจการฯ
ชั่วคราวมีอายุไม่เกิน 1 ปี รวมทั้งการกำหนดสัดส่วนผังรายการ
โดยทำงานผ่านคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากหลายฝ่าย
แต่จนถึงขณะนี้คณะอนุกรรมการดังกล่าวยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
เพราะคณะรัฐมนตรียังไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน
ตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งๆ ที่ กทช.ได้ส่งเรื่องไปให้พิจารณาก่อนหน้านี้แล้ว
ดังนั้น
ภารกิจที่สำคัญของรัฐบาล คือการเร่งรัดให้เกิดคณะอนุกรรมการกิจการกระจายเสียงฯ
ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการแก้ปัญหาวิทยุชุมชน มากกว่าการใช้อำนาจรัฐเข้าไปแทรกแซงหรือกระทำการแทน
3.ปัญหาวิทยุชุมชนเกิดขึ้นยืดเยื้อยาวนานนับตั้งแต่ พ.ศ.2545
การแก้ไขระยะยาว
รัฐบาลควรเร่งแก้ไข พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง
วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม พ.ศ.2543
เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550
ที่ระบุให้มีองค์กรอิสระองค์กรหนึ่ง กำกับดูแลการจัดสรรคลื่นความถี่ฯ
ทั้งนี้
ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญได้ระบุให้เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล ที่จะต้องเร่งรัดให้เกิดกฎหมายเพื่อรองรับองค์กรอิสระ
เพื่อจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม ภายใน 180 วัน
นับตั้งแต่แถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่จวบจนบัดนี้
ยังไม่มีการดำเนินงานใดๆ จากรัฐบาลชุดปัจจุบัน
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เห็นว่า
หากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ต้องการแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาวิทยุชุมชน
ไม่ควรใช้แนวทางแก้ปัญหา โดยสร้างความแตกแยกระหว่างผู้ที่ยอมเป็นพวก
กับผู้ที่มีความเห็นแตกต่าง
แต่ควรเร่งผลักดันให้เกิดคณะอนุกรรมการกิจการกระจายเสียงฯ
ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงเพื่อดำเนินการ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ
พ.ศ.2551
นอกจากนี้ ควรต้องเร่งผลักดันกฎหมายเพื่อรองรับองค์กรอิสระดังกล่าว
เพื่อให้การปฏิรูปสื่อวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์เป็นจริง
และสามารถแก้ปัญหาวิทยุชุมชนได้โดยเร็ว
ไม่เช่นนั้นการกระทำของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ
อาจเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายและผิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
อนึ่ง เมื่อวันเสาร์ที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา นายจักรภพ
ได้เรียกประชุมผู้ประกอบการวิทยุชุมชนกว่า 500 แห่งในภาคอีสานที่
จ.ขอนแก่น
และเชิญชวนให้วิทยุชุมชนเหล่านั้นเข้าร่วมเป็นเครือข่ายสื่อของรัฐบาล
โดยการถ่ายทอดรายการของรัฐบาลวันละ 2-3 ชั่วโมง
ซึ่งหากวิทยุชุมชนรายใดเข้าร่วมก็จะช่วยเจรจากับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ไม่ให้เอาผิดกรณีที่วิทยุชุมชนเหล่านั้นยังไม่ได้รับใบอนุญาตตาม
พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงฯ ฉบับใหม่
|