หน้าหลัก arrow ข่าวสื่อมวลชน arrow ฟันค่าไลเซนส์3จี 5ใบ1.6หมื่นล้าน
หน้าหลัก
กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ข่าวสื่อมวลชน
บทความ
ดาวน์โหลด
เกี่ยวกับโครงการ
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
Search
ฟันค่าไลเซนส์3จี 5ใบ1.6หมื่นล้าน
ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ 27/06/2551



โพสต์ทูเดย์ — กทช.เปิดประมูล ไลเซนส์ 3จี 5 ราย 1.6 หมื่นล้านบาท ด้านเอไอเอสร้องแพงไป ทำให้ค่าบริการสูง ผู้ให้บริการเสี่ยงเจ๊ง

นายเหรียญชัย เรียววิไลสุข กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า ราคาค่าใบอนุญาต (ไลเซนส์) 3จี บนคลื่นความถี่ใหม่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ไม่ควรต่ำกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,200 ล้านบาท แบ่งคลื่นความถี่สำหรับผู้ประกอบการ 5 ราย รวมประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท อายุสัมปทาน 15-20 ปี

ทั้งนี้ จะใช้วิธีคัดเลือกผู้ประกอบการแบบไฮบริด หรือวิธีผสม ระหว่างการคัดเลือก ผู้ขอไลเซนส์ที่ผ่านการพิจารณาก่อน (บิวตี้ คอนเทสต์) แล้วจึงค่อยเข้าสู่การประกวดราคา (อีออกชัน) ซึ่งการกำหนดค่าไลเซนส์ว่าจะเป็นเท่าไรนั้น ต้องรอหลักเกณฑ์การออก ไลเซนส์ 3จี เสร็จ เพื่อนำเข้าที่ประชุมบอร์ด กทช.พิจารณาอีกครั้ง

สำหรับกิจการร่วมค้าไทย โมบาย ที่มีคลื่นความถี่ในช่วง 1900 เมกะเฮิรตซ์อยู่แล้ว ควรจะเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเหมือนผู้ประกอบการรายอื่น เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน ซึ่งเมื่อ กทช.จัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ให้กับ ผู้ประกอบการแล้ว ไทยโมบายควรหยุดให้บริการโทรศัพท์มือถือในย่าน 1900 เมกะเฮิรตซ์ หรือสร้างระบบป้องกันคลื่นความถี่รบกวนคลื่นผู้ให้บริการรายอื่น เพราะความถี่ใกล้กัน

ด้านนายสรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล หัวหน้าคณะผู้บริหาร สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า หาก กทช.กำหนดราคาไลเซนส์ที่แพงเกินไป ทั้งที่ปริมาณการใช้งาน 3จี ในประเทศยังไม่เติบโตมากนัก จะทำให้บริการ 3จี ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะผู้ใช้จะต้องเสียค่าบริการที่แพงขึ้นตามไลเซนส์ และควรมีผู้ให้บริการเพียง 3 ราย เพื่อลดการลงทุนโครงข่ายซ้ำซ้อน

“ค่าไลเซนส์ 3,000 ล้านบาท แล้วยังต้องมาแข่งประมูลกันอีก เป็นราคาที่แพงเกินไป เพราะการใช้งาน 3จี จะเน้นที่ย่านธุรกิจ และ หัวเมืองใหญ่ หากต้นทุนสูงมาก ใน 1 ปีอาจจะเห็นผู้ประกอบการบางรายม้วนเสื่อเก็บของกลับบ้านเพราะเจ๊งแน่ๆ” นายสรรค์ชัย กล่าว

ขณะที่การขอไลเซนส์เพื่อให้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่เก่า หรือเอชเอสพีเอ ในกรุงเทพฯ นั้น รอที่ประชุมบอร์ด กทช.อนุมัติ สามารถเปิดให้บริการได้ทันที เพราะได้ทดสอบระบบด้านโครงข่าย และบริการไว้หมดแล้ว

ทั้งนี้ จะติดตั้งในกรุงเทพฯ 60-70 สถานีฐาน จากยื่นขอทั้งหมด 300 สถานี เพื่อใช้ใน 7 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ โคราช ขอนแก่น สงขลา ภูเก็ต และชลบุรี


ข้อมูลและเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ผู้ที่สนใจสามารถนำไปเผยแพร่ต่อ โดยโปรดแจ้งให้ทางทีมงานได้รับทราบที่ ติดต่อ Webmaster

0 queries executed