หน้าหลัก arrow ข่าวสื่อมวลชน arrow เข็น"รถไฟฟ้า-3จี"ให้เอกชนร่วมลงทุน
หน้าหลัก
กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ข่าวสื่อมวลชน
บทความ
ดาวน์โหลด
เกี่ยวกับโครงการ
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
Search
เข็น"รถไฟฟ้า-3จี"ให้เอกชนร่วมลงทุน
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน 23 มีนาคม 2009


คลังเร่งออกพ.ร.ก.พิเศษกู้เกินเพดาน ยอมรับเก็บภาษีวูบ-ไร้เงินจ่ายขรก.


คลัง เตรียมประชุมเร่งทำกรอบและหลักเกณฑ์เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการรัฐ กรุยทางอัดฉีด 1.4 ล้านล้านกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสอง แบไต๋คัดเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทน เช่น รถไฟฟ้าหรือมือถือ 3 จี เลี่ยงแก้กฎกระทรวงแทนแก้ พ.ร.บ.ร่วมทุน หวั่นใช้เวลานานถึง 2 ปี แต่ต้องเร่งออก พ.ร.ก.พิเศษกู้เงินเกินเพดาน ไม่งั้นไม่มีปัญญาจ่ายเงินเดือนข้าราชการ

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ภายในวันที่ 23 มีนาคมนี้ สบน.จะมีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดทำและปรับปรุงประกาศ กฎกระทรวง และระเบียบ รวมทั้งหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการลงทุนภาครัฐในรูปแบบ Public Private Partnership (PPPs) ที่มีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดย สบน.เตรียมเสนอแนวทางการลงทุนในโครงการของรัฐโดยให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน โดยเฉพาะแผนการลงทุน 1.4 ล้านล้านบาทในระยะ 3 ปีข้างหน้า หลายโครงการควรจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน เพื่อลดภาระของรัฐบาลในภาวะที่การจัดเก็บรายได้ของรัฐชะลอตัว

"เบื้องต้นมีการกำหนดลักษณะโครงการของรัฐที่จะให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนว่า ต้องเป็นโครงการที่ให้บริการประชาชนและมีผลตอบแทนเป็นรายได้กลับคืนมาด้วย เช่น โครงการระบบขนส่งมวลชน ที่จะต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีใดบ้างที่ควรจะให้เอกชนร่วมลง ทุน และลงทุนในสัดส่วนเท่าใด รวมทั้งโครงการลงทุนโครงข่ายระบบโทรศัพท์ 3 จี ส่วนโครงการด้านสังคม หรือโครงการที่ต้องผูกพันงบประมาณภาครัฐเป็นระยะเวลานาน อย่างกรณีโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกรุงเทพ ถนนแจ้งวัฒนะ คงไม่ดึงเอกชนเข้าร่วมลงทุน" นายพงษ์ภาณุกล่าว

นายพงษ์ภาณุกล่าวว่า การกำหนดกรอบการลงทุนแบบ PPPs ที่ สบน.จะเสนอนี้ ไม่จำเป็นต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือ ดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) เนื่องจากหากใช้วิธีแก้กฎหมายดังกล่าว จะต้องใช้ระยะเวลาถึง 2 ปี ดังนั้น จึงจะใช้วิธีแก้ไขกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องแทน จะใช้ระยะเวลาเพียง 45 วัน และหากนายกอร์ปศักดิ์เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว ก็สามารถดำเนินการได้ทันที ทั้งนี้ สำหรับการออกพระราชกำหนดพิเศษเพื่อกู้เงินที่เกินกว่ากรอบกฎหมายกำหนดนั้น ยอมรับว่าอาจจะจำเป็นต้องเร่งดำเนินการ ก่อนจะสิ้นปีงบประมาณ 2552 เนื่องจากต้องมีการนำมาใช้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่อาจจะสูงขึ้นมากกว่าที่ คาดการณ์ไว้ หากรัฐบาลจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายจำนวนมาก

แหล่ง ข่าวจากทำเนียบรัฐบาลกล่าวว่า รัฐบาลคงต้องเร่งออก พ.ร.ก.พิเศษเพื่อกู้เงินมาใช้ในกรณีฉุกเฉินให้ทันก่อนปิดงบประมาณปี 2552 ภายในสิ้นเดือนกันยายน 2552 นี้ เนื่องจากขณะนี้ หลายฝ่ายค่อนข้างกังวลว่า หากรัฐบาลเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายถึง 2 แสนล้านบาท จะทำให้วงเงินขาดดุลงบประมาณ เพิ่มสูงเกินกว่าที่กรอบกฎหมายกำหนด คืออาจจะเกิน 4.4 แสนล้านบาท ดังนั้น จึงต้องเร่งดำเนินการเพื่อรองรับส่วนนี้ เพราะไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะไม่มีเงินไปใช้ลงทุนเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หรืออาจจะถึงขั้นไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนข้าราชการก็ได้


ข้อมูลและเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ผู้ที่สนใจสามารถนำไปเผยแพร่ต่อ โดยโปรดแจ้งให้ทางทีมงานได้รับทราบที่ ติดต่อ Webmaster

0 queries executed