|
ทวงพาณิชย์เร่งคลอด ก.ม.ค้าปลีกค้าส่ง |
ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ 21 พ.ค. - 23 พ.ค. 2552
รายงาน ข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาและศึกษาการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง วุฒิสภา ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอพบ รมว.พาณิชย์ ให้ เร่งออกพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง บังคับใช้โดยเร็ว เพราะขณะนี้เรื่องเงียบหายไป แม้ นายกรัฐมนตรี จะประกาศให้กฎหมายค้าปลีกค้าส่งเป็นนโยบายแห่งชาติก็ตาม “วุฒิสภาขอเข้ามาทวงถามกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะล่าสุดก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปประชุมจี 20 ที่ประเทศอังกฤษก็ออกมาย้ำว่าจะผลักดันร่างกฎหมายค้าปลีกค้าส่ง แต่อาจต้องปรับปรุงบางมาตราของร่างกฎหมายเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบัน” นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะอนุกรรมา ธิการฯ ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้ประกอบการค้าปลีกดั้งเดิม (โชห่วย) ผู้ประกอบการค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) และผู้ผลิตสินค้า (ซัพพลายเออร์) เข้ามาหารือ โดยเห็นพ้องกันว่า ควรปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์บางมาตราใหม่ให้ทันสมัย เช่น เกณฑ์ขั้นต่ำของธุรกิจที่เข้าข่ายการกำกับดูแลของกฎหมาย คือต้องมีขนาดพื้นที่ของสถานประกอบธุรกิจตั้งแต่ 1,000 ตร.ม.ขึ้นไป และมียอดขายหรือรายได้ของทุกสาขารวมกันไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท อาจปรับเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาทขึ้นไป ขณะเดียวกัน เห็นชอบให้อำนาจส่วนท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทการกำกับดูแลของธุรกิจค้าปลีกค้า ส่งในพื้นที่ตนเองรับผิดชอบด้วย โดยให้ตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลในส่วนจังหวัด (กจค.) ขึ้นมาดูแลควบคู่กับคณะกรรมการกำกับดูแลส่วนกลาง (กกค.) จากที่ก่อนหน้านี้ กจค. ถูกยกเลิกไป เนื่องจากถูกข้อครหาว่าไม่โปร่งใสในการพิจารณาขยายสาขาให้ค้าปลีกค้าระดับ จังหวัด หลังจากนี้คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 ปี เพื่อผลักดันกฎหมายให้มีผลบังคับโดยสมบูรณ์ เพราะเหลือรายละเอียดที่ต้องปรับปรุงอีกมาก “ขณะนี้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถแข่งขันห้างขนาดปลีกสมัยใหม่ได้แล้ว หลังการขยายสาขาห้างค้าปลีกสมัยใหม่มีแผนจะเพิ่มเป็น 8,000 สาขาในปีนี้ จากปัจจุบันที่มีสาขา 7,800 สาขา อย่างไรก็ตามเร็ว ๆ นี้ กระทรวงพาณิชย์จะเสนอแนวทางปฏิบัติ ตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542”
|